๏•ิ_•ิ๏...สามัญชน..คนธรรมดา..โชคดีที่เจอเธอ..ขอบคุณที่รักกัน...Thanks so much you. you are always in my mind. Love and miss you forever. ...๏•ิ_•ิ๏

22 กันยายน 2552

@ บทความ - รักแรก

หัวใจ

บางครั้ง การที่เราไม่เคยเจอกับตัวเอง เราก็อาจจะไม่เชื่อว่า รักแรกพบนั้นมีอยู่จริง เรามักจะคิดว่า รักแรกพบนั้นเป็นเพียงอารมณ์หลงชั่ววูบ จากการที่เราได้พบใครสักคนหนึ่ง ที่ดูสวย, หล่อ หรือน่าสนใจ เมื่อแรกเห็น แต่รักแรกพบมีอยู่จริง และเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีต หลายร้อย หลายพันปีมาแล้ว...


ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เกี่ยวกับรักแรกพบ มีบันทึกเอาไว้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง เรื่องเล่าจากปากสู่ปาก งานศิลปะ หนังสือ ดนตรี บทกวี การละคร ภาพยนตร์ และในปัจุบัน คนโดดเดี่ยวหลายล้านคน ก็ยังรอคอยที่จะได้พบกับรักแรกพบ เข้าสักวัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งรักแรกพบ?


3 ข้อด้านล่างนี้ คือความจริง ที่จะบอกว่า คุณได้พบกับรักแรกพบอย่างแท้จริงเข้าให้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีความหมายมากกว่า การเกิดอารมณ์ความรู้สึกหลงไหล หรือเพียงแค่อาการตื่นเต้น หัวใจสูบฉีดอย่างรุนแรงชั่วขณะ



1.คุณรู้สึกว่าไม่จำเป็น ที่จะต้องรีบร้อนมีเซ็กส์

หากความรู้สึกเมื่อแรกพบของคุณ สื่อความต้องการออกมา เป็นเรื่องของความต้องการทางด้านร่างกาย คุณรู้สึกรีบร้อน กระวนกระวายใจ นี่ไม่ใช่ “รักแรกพบ” แต่จัดเป็น “หลงแรกพบ” มากกว่า ในทางตรงกันข้าม หากคุณรู้สึกว่า สามารถควบคุมแรงกระตุ้นทางด้านร่างกาย ได้อย่างง่ายดาย และคุณมีความรู้สึกว่า ต้องการที่จะรู้จักคนๆ นั้นให้มากขึ้น โดยค่อยๆ ทำความรู้จักไปที่ละนิด อย่างช้าๆ นี่ละ! รักแรกพบ และความรู้สึกเช่นนี้ ก็จะช่วยให้ คุณสามารถจัดการกับทุกอย่างได้อย่างลงตัว


2. คุณเห็นมุมที่คนอื่นๆ มองไม่เห็น ในตัวของคนๆ นั้น

คนอื่นๆ จะมองบุคลิกภาพ หรือลักษณะภายนอก ซึ่งทุกๆ คน สามารถมองเห็น และรู้สึกประทับ ใจ ได้เช่นเดียวกัน แต่ทว่า รักแรกพบ หรือการรักใครสักคน คุณจะสามารถมองเห็นไปได้ไกลกว่านั้นอีก เช่นสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในตัวของคนๆ นั้น หรืออะไรสักอย่าง ที่คนอื่นๆ ไม่ได้สังเกต หากคุณพบว่า ตัวเองสังเกตเห็น คุณค่าที่น่าประทับใจบางอย่าง จากคนๆ นั้น ซึ่งแม้แต่เพื่อนสนิทของคุณ ก็ไม่สามารถสังเกตเห็น นั่นแสดงว่า คุณได้พบกับรักแรกพบเข้าให้แล้ว


3. คุณต้องการเรียนรู้ทุกๆ สิ่ง เกี่ยวกับคนๆ นั้น เท่าที่คุณจะสามารถทำได้

สำหรับประเด็นในเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว อาจจะเกิดขึ้นได้ ในกรณี “หลงแรกพบ” ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หาก 2 ข้อ ที่ผ่านมา ชี้ชัดๆ แล้วว่า คุณมีความรู้สึกตามนั้น ดังนั้นแล้ว ข้อ 3 นี้ จะเป็นตัวตัดสิน และทำให้คะแนนเป็นเอกฉันท์ และได้ผลสรุปออกมาว่า คุณได้เจอกับรักแรกพบเข้าให้แล้วจริงๆ


การรักใครสักคน หมายถึงความต้องการ ที่จะเรียนรู้ทุกๆ สิ่งๆ ที่คนๆ นั้นใช้ในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่ สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ไม่ชอบ และประสบการณ์ชีวิต ในเรื่องต่างๆ และการตั้งใจเรียนรู้กันไปอย่างช้าๆ ด้วยความเข้าใจ จะพัฒนารักแรกพบ ไปสู่ชีวิตคู่ที่โรแมนติก แบบยาวนานต่อไป

ที่มา ที่นี่ดอทคอม

@ บทความ - แห่งรัก

บทความแห่งรัก


ยิ่งนานยิ่งรัก เกิดขึ้นได้พอๆกับ ยิ่งนานยิ่งไม่รัก
การดูแลความสัมพันธ์ เหมือนการกำทราย
กำแน่นไป ทรายก็ร่วงออกจากมือหมด
กำเบาไปทรายก็ไม่อยู่ในมืออยู่ดี


เวลาผ่านไป ใช้ชีวิตอย่างธรรมชาติให้มากขึ้น
เมื่อไหร่รู้สึกเหนื่อย ดีใจเถอะที่เหนื่อยเป็น
จะได้รู้สึกว่าควรพักซะที เหมือนคนที่ป่วยเป็น
แสดงว่าเราใช้ร่างกายมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ป่วยซะบ้างเลย
เราจะไม่รู้ว่าควรถนอมร่างกายได้หรือยัง

การรักคนอื่นก็คือ การรักตัวเองอีกแบบหนึ่ง
อยู่คนเดียวเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักตัวเองรึเปล่า
พอเริ่มรักใครซักคน
สิ่งที่ไม่เคยทำก็ทำ ไม่เคยหวานขนาดนี้ก็หวาน
ทำทุกอย่างที่จะรักษาคนที่เรารัก ให้อยู่กับเรานาน ๆ
เพราะอะไร…เพราะรักตัวเองและกลัวตัวเองเสียใจ


ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน มีความสุขทั้ง 2 คน
อย่าให้คนหนึ่งมีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งพยายาม
อย่าให้คนหนึ่งเสียใจ ในขณะที่อีกคนไม่รู้ตัว

ที่มา ที่นี่ดอทคอม

@ บทความ - เขียนไว้บนผืนทราย

มีคน 2 คนเป็นเพื่อนซี้กัน..
ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย... ระหว่างทาง..เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน

เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย
ฝ่ายถูกทำร้าย...เจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า....

"วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"

ทั้งสองยังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย

พลัน..คนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิต
คนรอดตาย...ยังคงไม่เอ่ยวาจา.. กลับสลักลงไปบนหินใหญ่...
"วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"



เพื่อน...อีกคนไม่เข้าใจ...ถามว่า... เมื่อถูกฉันตบหน้า...เธอเขียนลงทราย..
แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน
อีกคนยิ้มพราย...กล่าวตอบ

เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย... เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย... จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ

แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย...บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด...ลบล้างทำลาย